การออกกำลังกาย
( ตอนที่ 1)

ความหมายของการออกกำลังกาย
      การออกกำลังกาย (Exercise) มีความหมายกว้างมาก คือ ครอบคลุมไปถึงกิจกรรมทางร่างกายในทุกลักณะ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาหรือทำงานใดๆ ไม่ว่จะเป็นกิจกรรมที่สมัครใจหรือไม่เต็มใจ และไม่ว่ากิจกรรมนั้นๆจะเป็นอาชีพ หรือสมัครเล่นการที่ร่างกายเกิดการเคลื่อนไหวโดยจะออกแรงเพียงเล็กน้อยหรือมากเพียงไดเพื่อให้ร่างกายเกิดการเคลื่อนไหว หรือบางครั้งอาจจะอยู่กับที่ก็ตาม ซึ่งเป็นผลทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ ก็จัดได้ว่าเป็นการออกกำลังกายทั้งสิ้น (สุชาติ โสมประยูร,2528 : 121)
      หลักการออกกำลังกายมีด้วยกัน 2 แบบคือ

   1. การออกกำลังกายโดยที่ร่างกายมีการเคลื่อนไหว(Dynamic)
   2. การออกกำลังกายโดยที่ร่างกายอยู่กับที่(Static)

ประโยชน์ของการออกกำลังกาย
      การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับทุกคน ควรปฏิบัติให้เป็นกิจวัตรประจำวันการออกกำลังกายที่ถูกต้อง จะทำให้เกิดประโยชน์มากมายดังนี้
   1. ทำให้กล้ามเนื้อต่างๆแข็งแรง ข้อต่อเคลื่อนไหวได้ดี และทำให้มีสมรรถภาพทางกายมากขึ้น
   2. ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
   3. ทำให้มีการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายในรูปของเหงื่อ
   4. ทำให้มีการเผาผลาญพลังงานในร่างกายได้ดีขึ้น
   5. ทำให้เกิดความสบายทั้งร่างกายและจิตใจ
   6. ในเด็กเล็กทำให้กล้ามเนื้อมัดใหญ่มีการเคลื่อนไหวและมีการพัฒนาที่ดี
   7. เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

โทษของการขาดการออกกำลังกาย
      การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ดีแต่ว่า การออกกำลังกายที่มากเกินไปก็อาจด่อให้เกิดโทษได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม การที่ได้ออกกำลังกายก็ยังดีกว่าขาดการออกกำลังกายซึ่งในสภาพสังคมปัจจุบันนี้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่ มิได้เล็งเห็นถึงจุดนี้ อีกทั้งความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยียังทำให้ใช้เครื่องจักรกลแทนแรงงานคน
    ซึ่งจากที่กล่าวข้างต้น โทษของการขาดการออกกำลังกายมีดังนี้
      วัยเด็ก
      1. การเจริญเติบโต กระดูกจะเล็ก เปราะบาง ขยายตัวได้ไม่เต็มที่ช้า และแคระแกรน
      2. รูปร่างทรวดทรง มีรูปร่างผอมบาง หรือไม่ก็อ้วนมีไขมันใต้ผิวหนังเป็นจำนวนมาก กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง                 มีการพัฒนาที่ไม่ถูกต้องตามหลักสรีระวิทยา
      3. สุขภาพทั่วไปมีความต้านทานโรคต่ำเจ็บป่วยง่าย
      4. สมรรถภาพทางกายมีระดับต่ำเมื่อเทียบกับเด็กที่ออกกำลังกายปกติ
      5. สังคมและจิตใจ เป็นเด็กที่เก็บตัว มีเพื่อนน้อย จิตใจหดหู่ ไม่ร่าเริงแจ่มใส บางรายอาจหันไปทางอบายมุข หรือ
         ยาเสพติดได้
      วัยรุ่น
      แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
      1. กลุ่มที่ขาดการอกกำลังกายมาตั้งแต่วัยเด็ก
            มีรูปร่าง ทรวดทรง และสมรรถภาพทางกายเสียไป และจะเพิ่มมากขึ้นในวัยหนุ่มสาว ขณะเดียวกันก็จะเกิดการ             เสื่อมในด้านรูปร่าง และหน้าที่การงานของอวัยวะภายในหลายระบบ จนในที่สุดจะแสดงอาการคล้ายเป็นโรค
            พยาธิ คือ เหนื่อยง่าย ใจสั่น
      2. กลุ่มที่ออกกำลังกายเป็นประจำแต่มาหยุดในวัยหนุ่มสาว
            รูปร่างจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเนื่องจากกล้ามเนื้อน้อยลง และมีการสะสมของไขมันมากขึ้น             อันเนื่องมาจากการรับประทานอาหารเท่าเดิม แต่มีการออกกำลังกายน้อยลงทำให้สมรรถภาพทางกาย             ต่างๆลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ยังได้เปรียบกลุ่มที่ 1 เพราะหากกลับมาออกกำลังกายสมรรถภาพทางกาย             จะกลับมาในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็ควรปฏิบัติอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป

หลักปฏิบัติในการออกกำลังกาย
      หลักการเบื้องต้นของการออกกำลังกายประกอบด้วย 2 ประการ ได้แก่
      1. หลักการเพิ่มงาน คือ การทำกิจกรรมใดๆ ให้มีความมากขึ้น หรือยากขึ้นจากเดิม เช่น จากเดิมที่ให้ดันพื้น
         15 ครั้ง ใน 30 วินาที ให้เพิ่มเป็น 20 ครั้งใน 30 วินาที หรือก้มตัวแตะปลายเท้าก็ให้แตะในระยะไกลกว่าเดิม           เป็นต้น
      2. หลักความก้าวหน้า คือ การที่เพิ่มงานขึ้นทีละน้อย โดยเพิ่มความหนักของงาน ระยะเวลาและความถี่ในการออก
          กำลังกาย เช่น จากเดิมออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วันอาจเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ละ 4 วันเป็นต้น
      3. หลักความเฉพาะ คือ ความต้องการให้ได้ผลอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่คาดว่าจะได้รับจากการออกกำลังกายนั้นๆ

          ซึ่งให้เข้าใจง่ายคือ มีวัตถุประสงค์นั่นเอง อาทิเช่น ความแข็งแรง ความเร็ว ความอ่อนตัว ความคล่องแคล่ว
          ว่องไว เป็นต้น

บรรณานุกรม
      สุชาติ โสมประยูร สุขวิทยา. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช, 2528.