การออกกำลังแบบแอโรบิก เป็นการออกกำลังกายโดยใช้กล้ามเนื้อเคลื่อนไหว
ต่อเนื่องอย่าง สม่ำเสมอ ไม่หักโหม เพื่อให้หัวใจเต้นประมาณ 65-80 % ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ
ติดต่อกันเป็น เวลาอย่างน้อย 25-30 นาที ถ้าออกกำลังกายตามลักษณะนี้ครบถ้วนทุกองค์ประกอบ จะเกิดผลดี
ต่อหัวใจ
เส้นเลือดและ ปอด คือ เป็นการบริหารระบบหัวใจและเส้นเลือด และระบบการหายใจ นั่นเอง หัวใจจะแข็งแรง
ไม่เหนื่อยง่าย เส้นเลือดและปอดมีการขยายตัวดี ช่วยลดโคเลสเตอรอลในเลือดได้ด้วย
อัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ ในแต่ละอายุ คำนวณได้โดยสูตร
| อัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ |
= |
220 - อายุ (ปี) |
| |
= |
...............ครั้ง/นาที |
ถ้าไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนหรือเลิกมานานแล้วควรเริ่มอย่างเบาๆ แล้วค่อยเพิ่มการเต้นของหัวใจ
และระยะเวลาภายหลัง ควรหยุดพักถ้ารู้สึกไม่สบายหรือผิดปกติ อย่าฝืนความรู้สึกของร่างกาย ผู้ที่เข้าวัยกลางคน
(35 ปี) ควรตรวจสุขภาพโดยเฉพาะระบบหัวใจและเส้นเลือดก่อน การออกกำลังกายหรือกีฬาที่ใช้เป็นแบบแอโรบิกได
้ ได้แก่ ว่ายน้ำ ถีบจักรยาน วิ่งเหยาะ(จ๊อกกิ้ง) เต้นแอโรบิก กระโดดเชือก เดินเร็ว ควรทำให้ได้ สัปดาห์ละ 3-6 วัน
แล้วแต่ระดับความหนักของการออกกำลังกาย เช่น ถ้าออก กำลังกายหนักด้วยอัตราการเต้นหัวใจ 80% ครั้งละ 1
ชั่วโมง อาจจะออกกำลังกาย (สลับการพัก) วันเว้นวัน ทั้งนี้คงไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว ให้ใช้ความรู้สึกสมบูรณ์หรือ
ความอ่อนล้า ของแต่ละคนเองเป็นมาตรวัดความเหมาะสม
หมายเหตุ การวิ่งระยะทางไกล เช่น ครึ่งมาราธอน ( 22 กม. ) เป็นการวิ่งที่สร้างความเครียดแก่ร่างกายมาก เกินขอบเขตของการออกกำลังเพื่อสุขภาพ เด็กและวัยรุ่นจึงไม่ควรทำกิจกรรมประเภทนี้

การออกกำลังแบบแอโรบิก เป็นการใช้งานกล้ามเนื้อไม่หนักนัก เพราะมุ่งบริหารหัวใจและปอด เป็นหลัก
แต่ถ้าต้องการให้กล้ามเนื้อมีพลังมากขึ้นก็ต้องเพิ่มโปรแกรมการบริหารกล้ามเนื้อโดย
ใช้แรงต้านทาน(น้ำหนัก)
เข้าไปด้วย
การบริหารกล้ามเนื้อ ควรให้ครบ
3 องค์ประกอบ คือ
1. พลัง (Strength) การเพิ่มแรงต้านทาน (น้ำหนักถ่วง) จะฝึกให้
กล้ามเนื้อมีพลังมากขึ้นและขนาดของกล้ามเนื้อนั้นมักใหญ่ขึ้นด้วย การบริหารเพื่อเพิ่มแรง
(ใช้แรงต้านทานมาก)ไม่ควรทำเกิน Set ละ 12-14 ครั้งต่อท่า และไม่ควรเกิน 3-4
Set ต่อวัน ถ้าหนักมากควรให้กล้ามเนื้อได้พักวันเว้นวัน หรือเว้น 2 วัน หรือ อาจบริหารสลับ
ครึ่งบนและครึ่งล่างของร่างกาย อย่างละวัน
หมายเหตุ ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ควรบริหารโดยใช้น้ำหนักมาก เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และข้อบาดเจ็บ และทำให้ความสูงหยุดเจริญก่อนเวลาอันควร
2.
ความทนทาน (Endurance) ไม่ต้องใช้แรงต้านทานมาก
แต่เคลื่อนไหวซ้ำๆ ท่าละ (ไม่เกิน) 20 ครั้ง ต่อ Set และไม่ควรเกิน 3-4 Set ต่อวัน
3. การประสานงาน (Coordination) เป็นการใช้กล้ามเนื้อกลุ่มต่างๆ
ให้สัมพันธ์กัน การฝึกการประสานงานที่ดี คือ การเล่นกีฬา ประเภทต่างๆ ควรเลือกให้เหมาะสม
กับวัยและฐานะ
การบริหารกล้ามเนื้อ จะช่วยกระตุ้นให้กระดูกที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับกล้ามเนื้อนั้นๆ แข็งแรงขึ้น
มีความหนาแน่นกระดูกมากขึ้นด้วย ก่อนบริหารกล้ามเนื้อ ควรมี การอบอุ่นร่างกาย (Warm up) ด้วยการ
ออกกำลังกายแบบแอโรบิก 25-30 นาที หลังจากเสร็จแล้วควร ค่อยๆ ผ่อนลง (Cool down) ด้วยท่า
ยืดเส้นหรือคลายกล้ามเนื้อ 15-30 นาที จะช่วยให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นมี ความยืดหยุ่น (Flexibility) ดีขึ้น
ด้วย การบริหารในแต่ละระดับความหนัก ควรฝึกให้อยู่ตัวประมาณ 3-4 เดือน ก่อนปรับความหนักของการ
บริหารมากขึ้นต่อไป
บรรณานุกรม http://www.kmitl.ac.th/health/page1.html