มนุษย์รู้จักกับคำว่า
"ต่อสู้" ตั้งแต่มนุษย์เริ่มเกิดลืมตามาดูโลก มนุษย์ต้องต่อสู้กับทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ
ตัวเอง
และแม้แต่กับตัวเอง ก็มิได้ละเว้นที่จะต้องสู้ มนุษย์ต้องต่อสู้กับธรรมชาติและภัยของธรรมชาติ
สิงสาราสัตว์ที่มุ่งร้ายหมาย ชีวิต
หรือที่มนุษย์มุ่งจะเอาชีวิตเพื่อนำมาเป็นอาหารสำหรับยังชีวิต บางครั้งมนุษย์ก็ต่อสู้กันเอง
เพื่อสิทธิในการครอบครอง เป็นเจ้าของ
เพื่อเสรีภาพ เพื่อป้องกันตนเองหรืออื่นๆ การต่อสู้ดังกล่าวอาจจะต้องใช้กำลังกาย
กำลังใจและกำลังความคิดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
อย่างไรก็ตาม มนุษย์จะต้องสู้เพื่อวัตถุประสงค์ใดก็แล้วแต่จุดหมายของการต่อสู้คือ
ความอยู่รอดของชีวิต(Survival) และจาก
การต่อสู้ มนุษย์ก็ได้พยายามคิดค้นวิธีการต่อสู้เพื่อป้องกันตนเองหรือทำร้ายผู้อื่น
อาจจะโดยการประดิษฐ์อาวุธต่างๆ ขึ้นมา
เช่น มีด หอก ขวาน สำหรับใช้เป็นอาวูธคู่มือ ภาษาวัยรุ่นเขาเรียกว่า
"เครื่องทุ่นแรง"ที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ที่ปราศจาก
อาวุธ ให้ถึงชีวิตได้ภายในระยะเวลาอันสั้นหรือเมื่อทั้งสองฝ่ายมีอาวุธคู่มือการทำร้ายกันทำได้ลำบาก
ต่างก็ต้องเกรงกลังซึ่งกันและกัน
มนุษย์ก็พยายามใช้ความคิดที่จะหาหนทางเอาชนะ เอาชีวิตของคู่ต่อสู้ให้ง่ายและรวดเร็ว
ป้องกันชีวิตของตนเองให้ปลอดภัยมากขึ้น
พยายามคิดค้น ศึกษาทดลอง ดัดแปลงแก้ไขเพื่อหาหนทางที่จะต่อสู้และป้องกันตัวทั้งที่มีอาวุธและไม่มีอาวุธ
ทำให้เกิดศิลปะการต่อสู้
และป้องกันตัวขึ้นมา
มนุษย์ในแต่ละซีกโลกหนึ่ง หรือแต่ละภาคของโลก
ต่างก็มีวิธีการต่อสู้และป้องกันตัวเป็นของตัวเองและแตกต่างกับ
การต่อสู้ของมนุษย์ในอีกซีกโลกหนึ่ง ทั้งนี้เพราะธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวแตกต่างกัน
เช่น มนุษย์ในแถบขั้วโลกมีหิมะ
น้ำแข็งจับอยู่ตลอดทั้งปี หรือมีอากาศร้อนจัด การแต่งกายจะต้องแต่งด้วยเสื้อผ้าหนาๆ
เพื่อป้องกันความร้อนที่จะมา
แผดเผา ทำอันตรายต่อผิวหนัง ความคล่องตัวในการเตะต่อยไม่ค่อยมี การต่อสู้จึงมักจะใช้ประโยชน์จากเครื่องแต่งกายที่หนา
โดยการจับรั้งเเพื่อทำการทุ่ม หรือใช้ขอบเสื้อส่วนที่เป็นปกและคอเสื้อ
รัดคอหรือใช้เกี่ยวพันไม่ให้คู๋ต่อสู้เคลื่อนไหวได้ ซึ่งเป็นแขนง
หนึ่งของการต่อสู้ป้องกันตัวแบบจับทุ่ม ได้แก่ ยูโด มวยปล้ำ ไอคิโด สำหรับมนุษย์ที่เกิดในบริเวณอากาศอบอุ่นและค่อนข้างร้อน
การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่บาง ไม่รุ่มร่าม มีความคล่องตัวในการเตะต่อยดี
การต่อสู้จึงมักอาศัยการเตะต่อย ซึ่งเป็นแขนงหนึ่ง
ของการต่อสู้ป้องกันตัวแบบเตะต่อย เช่น มวยไทย มวยสากล เสี้ยวลิ้มของจีน
คาราเต้(Karate Do)ของญี่ปุ่น หรือเทควันโด
(TaeKwonDo)ของเกาหลี เราจะสังเกตเห็นว่าศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวบางประเภทจะมีลักษณะคล้ายๆกัน
เช่น วิชาแขนงเตะต่อย
อาจจะกล่าวว่า ศิลปะประเภทนั้นเลียนแบบประเภทนี้ ก็อาจจะกล่าวได้ยาก
เพราะการคิดค้น ทดลองฝึกฝน มักจะเลียนแบบธรรมชาต
ิเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ความคล้ายคลึงกันจึงย่อมจะเป็นไปได ้
มนุษย์อาศัยลีลาของธรรมชาติมาประกอบการคิดค้นวิธีการต่อสู้และป้องกันตัว
โดยพยายามใช้อวัยวะต่างๆในร่าง
กาย เช่น แขน ขา มาเป็นอาวุธ และพยายามหาหนทางป้องกันจุดอ่อนหรือจุดสำคัญไม่ให้คู่ต่อสู้ทำอันตรายได้