มนุษย์กับการต่อสู้
ตอน "เทควันโด"
เทควันโด
ศิลปะการ ต่อสู้ป้องกันตัวประจำชาติของชาวเกาหลี ปัจจุบันได้รับการนิยมฝึกฝนกันทั่วโลก
มากกว่า150ประเทศทั่วโลกมีผู้ฝึกมากกว่า40ล้านคน ได้ถูกบรรจุในกีฬาโอลิมปิก
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 เทควันโด ไม่ได้เป็นแค่กีฬาหรือ ศิลปะการต่อสู้เท่านั้น
ในตัวของวิชา ยังเป็นทั้งปรัชญาและหลักของการดำเนินชีวิตแทรกอยู่
เทควันโดมีจุดเด่นในด้านความเร็ว การหมุนตัว และ
ท่าเตะต่อเนื่องอันตื่นตาสวยงามโดยเน้นการเคลื่อนไหวอย่าง
คล่องแคล่ว เตะสูง สามารถตอบโต้คู่ต่อสู้กลับได้ ในขณะเดียวกันกับหลบหลีกคู่ต่อสู้ที่ได้โจมตีเข้ามาด้วย
 |
เท
แปลว่า เท้าหรือการเตะ
ควัน แปลว่า มือหรือการต่อย
โด แปลว่า วิถีทาง ,ศิลปะ |
แปลได้ความโดยรวม
คือ ศิลปะแห่งการใช้มือ เท้า ในการต่อสู้ การเคลื่อนที่หลบหลีกด้วย
เท้าก็จัดอยู่ในคำว่า"เท" ด้วยการใช้มือปัด
การใช้นิ้วมือฟัน หรือแทงก็อยู่ในคำว่า"ควัน"เหมือนกัน
ก่อนจะมาเป็น วิชาการต่อสู้ เทควันโด ในสมัยก่อน คาบสมุทร
ได้แบ่งออกเป็น3อาณาจักร ได้แก่ ซิลล่า (SILLA) แต่ก่อนคืออาณาจักร
ซาโร , แพคเช (BAEKCHE)
เรืองอำนาจขึ้นในภาคกลางของเกาหลี . โครยอ(KOGURYO) กำเนิดขึ้นในแมนจูเรีย
ในสมัยนั้น มีวิธีการต่อสู้ที่เน้นการใช้มือ เรียกว่า
ซูบัค (SUBAK) ซึ่งได้รับความนิยมมาก จนถึงขนาดมีการจัดการแข่งขันกันขึ้น
ต่อมา ราว ค.ศ. 935 ได้มีศิลปะการต่อสู้อีกวิชาหนึ่งได้รับความนิยมแทนที่
นั่นคือ เทเคียน (TAEKYON) โดยเน้นการใช้เท้าในการต่อสู้
และในที่สุดชาวเกาหลีในสมัยนั้นได้รวมเอาการต่อสู้ทั้งสองศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน
ในปี ค.ศ. 1909 ญี่ปุ่นได้เข้ายึดครองเกาหลี ในสมัยสงครามโลกครั้งที่
2 และได้ออกคำสั่งห้ามคนเกาหลีฝึกวิชาการต่อสู้พื้นบ้าน
ถ้ามีการฝ่าฝืน ฝึกฝนถือว่าผิดกฎหมาย ด้วยเหตุนี้เองชาวเกาหลีต้องแอบฝึกฝนศิลปะการต่อสู้กันตัวอย่างลับๆ
และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง ศิลปะการต่อสู้อย่าง
ซูบัค และ เทเคียน ได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ โดยมีนายทหารชาวเกาหลีใต้ชื่อ
นายพล ชอย ฮอง ลี (CHOI HONG LEE) ทำการรวมกลุ่มนักประวัติศาสตร์และกลุ่มครูมวยที่เชี่ยวชาญ
ที่สอนศิลปะการต่อสู้พื้นบ้านของเกาหลี ได้ร่วมกันก่อตั้งวิชาการต่อสู้ขึ้นใหม่
ภายใต้ชื่อวิชาว่า เทควันโด และถูกยกย่องขึ้นเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวประจำชาติของชาวเกาหลี
เกือบร้อยปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน เทควันโดได้รับความนิยมฝึกฝนเป็นอย่างมาก
จำนวนผู้เรียนและโรงฝึก (DO JANG) ในเฉพาะประเทศเกาหลีเอง
มีศูนย์ฝึกเทควันโดอยู่ราว 1,100 แห่ง ถึงแม้จำนวนผู้เรียนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เพราะการฝึกเทควันโด ทำให้ร่างกายผู้ฝึกแข็งแรง สุขภาพร่างกายและจิตใจดีขึ้น
แต่สิ่งที่อาจเลือนหายไป คือคุณค่าทางจิตใจของผู้ฝึกวิชาการต่อสู้
ความเคารพตนเองและผู้อื่น การมีสติ มีระเบียบ วินัยอีกทั้งความมีเมตตา
และสิ่งสำคัญสุด คือ มีคุณธรรม
สิ่งต่างๆๆที่กล่าวมาข้างต้นนี้ จะไม่เกิดขึ้นถ้าไม่มีการฝึกฝนทางร่างกายและจิตใจอย่างถูกต้อง
เทควันโดเป็นวิถีของการดำเนินชีวิต หรือเป็นวิถีชีวิตอีกแบบหนึ่ง
ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างในชีวิตของผู้ฝึกเทควันโด
นั่นคือ ใช้เป็นทั้งกีฬาเพื่อการออกกำลังกาย ใช้เป็นทั้งศิลปะในการต่อสู้ป้องกันตัว
ใช้ควบคุมอารมณ์ทางจิตใจและใช้ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย
ใช้เป็นปรัชญาในการดำเนินชีวิต ทุกๆอย่างที่กล่าวมา มีอยู่พร้อมสรรพในวิชาการต่อสู้หนึ่งเดียวนี้
คือ เทควันโด
การเริ่มฝึกฝนเทควันโดในเด็ก (ตั้งแต่ 4 ขวบ 10 ขวบ)
จะมีประโยชน์ต่อตัวเด็กเองดังนี้
-
พัฒนาเรื่อง
การทรงตัว เพราะเมื่อกำลังยกขาเตะ เด็กจะยืนเพียงขาเดียว
-
พัฒนาเรื่อง
ความยืดหยุ่น และ ความคล่องตัว เรื่องจาก เทควันโด
เน้นเตะสูง และการหมุนตัวเตะ
-
พัฒนาเรื่อง
กล้ามเนื้อมัดใหญ่ และระบบข้อต่อ เนื่องจากต้องกระโดด
ต้องเตะ ต่อย มือ เท้าต้องกระทบเป้าเตะ ส่วนระบบข้อต่อได้จากการปัด
การหมุนข้อมือ หมุนตัว
-
พัฒนาเรื่องระบบการหายใจ
และช่วยพัฒนาระบบเผาผลาญอาหาร เพราะเป็นกีฬาที่ต้องการเคลื่อนไหว
และต่อเนื่อง เคลื่อนที่เร็ว
-
เสริมสร้างความเชื่อมั่น
และบุคลิกภาพ รวมทั้งพัฒนาเรื่อง การอยู่ร่วมกับผู้อื่น
ส่วนผู้ใหญ่ที่ฝึกฝนเทควันโด
มีประโยชน์ ดังนี้
-
เป็นการป้องกันตัว
ไม่ว่าจะเป็นเพศชาย หรือ เพศหญิง
-
ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว
มีความยืดหยุ่น ข้อต่อต่างๆ มีการเคลื่อนไหว
-
ทำให้ระบบต่างๆ
ของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น เช่น ระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ
และหัวใจสูบฉีดเลือดได้ดี
-
ทำให้ไม่เหนื่อยง่าย
กระตือรือร้น สุขาพร่างกายดีขึ้น สุขภาพจิตดีขึ้น
การฝึกฝนวิชาการต่อสู้
เทควันโด ถ้าในอดีต จะเน้นเรื่องต่อสู้จริงไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเร็ว
และความหนักในการต่อย เตะ จะต่างกับในปัจจุบัน ที่กลายเป็นกีฬา
มุ่งเน้นในการทำคะแนนเมื่อปะทะ และเลี่ยงไม่สู้เมื่อทำคะแนนได้แล้วแต่มีอยู่สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนแปลงนั่นคือ
สายที่ผูกเอว
เทควันโด แบ่งขั้นของผู้ฝึก ออกเป็นขั้นต่างๆ โดยสายที่ผูกเอว
ดังนี้
-
สายขาว
(WHITE) ความว่างเปล่า
-
สายเหลือง
(YELLOW) ธาตุทอง
-
สายเขียว
(GREEN) ธาตุไม้
-
สายฟ้า
(BLUE) ธาตุน้ำ
-
สายน้ำตาล
(BROWN) ธาตุดิน
-
สายแดง
(RED) ธาตุไฟ
หลังจากสายแดง
ก็เลือนขึ้นเป็นสายดำ (BLACK BELT) สายดำยังแบ่งระดับต่ออีกเป็น
สายดำ ดั้ง (DAN) 1, ดั้ง 2, ดั้ง 3 เรื่อยขึ้นไปจนถึงดั้ง
9
|